นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับคู่ค้า

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ได้จัดทำและเผยแพร่ นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“นโยบาย”) เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้าปัจจุบันและผู้ที่อาจเป็นคู่ค้าในอนาคต (“ท่าน”) รวมถึงวิธีการในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางการจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และแหล่งที่มาของข้อมูล

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ธนาคารมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหลายประเภท รวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
  • ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ ชื่อสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ สัญชาติ สถานภาพการสมรส และในบางกรณีธนาคารอาจประมวลผลข้อมูลที่มี ความอ่อนไหว เช่น ศาสนา โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
  • ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลการทำธุรกรรม (Transaction Data) เช่น หมายเลข บัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ข้อมูลรายได้
  • ข้อมูลการติดต่อกับธนาคาร (Communication Data) เช่น ข้อมูลการบันทึกภาพ หรือเสียงเมื่อมีการติดต่อกับธนาคาร

1.3 แหล่งที่มาของข้อมูล
ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งต่าง ๆ ได้แก่
(1) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เช่น
  • ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อใช้บริการจากบุคคลภายนอก หรือเช่าพื้นที่ ลงนามในสัญญาจ้างบริการ/สัญญาเช่า กรอกข้อมูลลงในแบบพิมพ์ต่าง ๆ ทำแบบสอบถาม ลงทะเบียนต่าง ๆ หรือขั้นตอนการยื่นข้อเรียกร้องหรือคำร้อง ขอใช้สิทธิต่าง ๆ
  • การติดต่อธนาคารผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล
(2) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น
  • บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร
  • หน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท ข้อมูล ที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการโดยขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคาร ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล ฐานในการประมวลผลข้อมูล
เพื่อการพิจารณาอนุมัติจ้างบริการ หรือเช่าพื้นที่ ในการทำสัญญาระหว่างท่านกับธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านกับธนาคาร การปฏิบัติ ตามกระบวนการภายในของธนาคาร การรับหรือส่งเอกสารติดต่อระหว่างท่านกับธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายและข้อเรียกร้องการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร หรือเมื่อได้รับคำสั่ง/หมาย/หนังสือแจ้งให้ดำเนินการใด ๆ ที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานนั้น
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อดำเนินการวางแผน การรายงาน และการคาดการณ์ทางธุรกิจ
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการในลักษณะที่เป็นการฉ้อฉล การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การกระทำผิดทางอาญา หรือการกระทำอื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาระหว่างท่านกับธนาคาร รวมถึงการโอนหรือขายหนี้ การโอนเนื่องมาจาก การแปลงสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ ซึ่งได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใด
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ ของธนาคาร รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าพื้นที่สำนักงาน การบันทึกภาพผู้ที่มาติดต่อกับธนาคาร หรือสาขาของธนาคารด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และการบริหารจัดการภายในองค์กร
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้าของธนาคาร เช่น การดำเนินการเกี่ยวกับการสอบถามข้อมูล การจัดการข้อร้องเรียน การเสนอ สิทธิประโยชน์โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการตลาด
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อการเปิดเผยให้แก่ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ ของธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม


3. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่ธนาคารดำเนินความสัมพันธ์กับท่านและให้บริการแก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้น ต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กรของธนาคาร
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

4. การเปิดเผยข้อมูล
ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลของลูกค้า ให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้

4.1 บริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทที่เกี่ยวข้องใด ๆ (หมายถึง (1) บริษัทที่ถือหุ้น ในธนาคาร และ/หรือบริษัทใด ๆ ที่ ธนาคารถือหุ้นอยู่ และ (2) บริษัทที่ถูกถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ ของบริษัทดังกล่าวใน (1) ข้างต้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมด้วย) เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานภายใน เสนอขายสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่ท่านอาจสนใจ รวมถึงดำเนินกิจกรรมอื่นใดตามที่ระบุในนโยบาย ความเป็นส่วนตัว

4.2 หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร

4.3 ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ เช่น
  • ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการจัดทำหรือทำลายบัตร ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร โรงพิมพ์ บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด บริษัทรับจ้างทำวิจัย บริษัทรับจ้างพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความภายในธนาคารหรือผู้ให้บริการดำเนินคดี (ในกรณีที่ ธนาคารมอบหมายให้สำนักงานทนายความภายนอก เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีบุคคลอื่นใดตามที่ธนาคารมอบหมาย ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีล้มละลาย และคดีสาขาอื่นๆ ทุกชั้นศาล) ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาใดๆ

4.4 ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใดๆ จากธนาคาร รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมหรือซื้อกิจการ โอนทรัพย์สิน โอนหรือขายหนี้ การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 สิทธิของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้แก่ธนาคารในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่ธนาคารไว้ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
(2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Access)
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของธนาคาร รวมถึงขอให้ธนาคารเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
(3) สิทธิในการให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability) ในกรณีที่ธนาคารได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากธนาคารได้ รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
  1. ขอให้ธนาคารส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
  2. ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
(4) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)
ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านสำหรับกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงและกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
(5) สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)
ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยเหตุบางประการได้
(6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)
ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารระงับการใช้ข้อมูลของท่านด้วยเหตุบางประการได้
(7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)
ธนาคารพยายามที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่ธนาคารมีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่าน มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอง ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(8) สิทธิในการร้องเรียน
ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อธนาคารฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

5.2 ช่องทางการใช้สิทธิ ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
  • ลูกค้าสัมพันธ์ 0-2697-5454
  • หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 0-2697-5300 ต่อ 2803 หรือ 2130 หรือ 2155
  • อีเมล legal-PDPA@tcrbank.com

ทั้งนี้ ธนาคารจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ธนาคารได้รับ การแจ้งความประสงค์ดังกล่าว หากธนาคารปฏิเสธคำขอข้างต้น ธนาคารจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธ ให้ท่านทราบด้วย ผ่านทางอีเมล โทรศัพท์ หรือส่งหนังสือทางไปรษณีย์

6. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 การดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ส่วนบุคคล
ธนาคารได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
6.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล
ธนาคารจะกำกับดูแลบุคคลอื่นซึ่งธนาคารมอบหมายให้ดำเนินการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของธนาคารอย่างเหมาะสม

7. รายละเอียดการติดต่อ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อธนาคารได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 123 อาคารไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
หมายเลขโทรศัพท์: 0-2697-5454

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ: ทีมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO Team)
สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 123 อาคารไทยประกันชีวิต 1/1 ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
หมายเลขโทรศัพท์: 0-2697-5300 ต่อ 2803 หรือ 2130 หรือ 2155
อีเมล: legal-PDPA@tcrbank.com

8. การเข้าใช้งานเว็บไซต์อื่นผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร
เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์ของธนาคารเท่านั้น หากท่านเข้าชมเว็บไซต์อื่นแม้จะผ่านช่องทางทางเว็บไซต์ธนาคาร การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้น ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคาร

9. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
ธนาคารมีการพิจารณาทบทวนและอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ตามความเหมาะสม อยู่เป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม หากนโยบายนี้ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านทางการประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของธนาคาร การแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของท่าน หรือด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่เหมาะสม ทั้งนี้ ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวได้เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขของธนาคาร
ให้เราช่วยเหลือคุณอย่างไร?
ที่ ธนาคารไทยเครดิตฯ คุณสามารถปรึกษาทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงิน เพียงคุณส่งข้อความถึงเรา
คุยกับเรา