นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับพนักงาน นักศึกษาฝึกงาน อดีตพนักงาน สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และบุคคลอ้างอิง

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ได้จัดทำและเผยแพร่นโยบาย ความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของพนักงาน นักศึกษาฝึกงาน อดีตพนักงาน สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และบุคคลอ้างอิง (“ท่าน”) รวมถึงวิธีการในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางการจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และแหล่งที่มาของข้อมูล

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ธนาคารมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหลายประเภท รวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
  • ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ ชื่อสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ สัญชาติ สถานภาพการสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย และในบางกรณีธนาคาร อาจมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลใบหน้า สำหรับใช้ในระบบการจดจำใบหน้า (Face Recognition) ลายนิ้วมือ เชื้อชาติ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทุพพลภาพ โดยได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
  • ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น หมายเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร เงินเดือน ประวัติสินเชื่อทั้งที่เป็นสินเชื่อสวัสดิการพนักงานของธนาคาร และ/หรือสินเชื่อที่มีอยู่กับสถาบันการเงินอื่น ข้อมูลการชำระหนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น หลักฐานแสดงสิทธิการทำงานตามกฎหมาย ได้แก่ ใบอนุญาตทำงาน ข้อมูลการทำงานของท่าน ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินผล การปฏิบัติงาน ประวัติการลา ประวัติความเจ็บป่วย ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน ระบบสารสนเทศของธนาคาร
  • ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ประวัติการทำงาน การศึกษา และการฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน ข้อมูลบุคคลอ้างอิง ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และสมาชิกในครอบครัว
  • ข้อมูลการบันทึกภาพหรือเสียงระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น การบันทึกภาพ โดยกล้องวงจรปิด การบันทึกเสียงสนทนากรณีติดต่อกับลูกค้าหรือบุคคลภายนอก

1.3 แหล่งที่มาของข้อมูล
ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้
(1) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เช่น
  • ขั้นตอนการทำสัญญาจ้างกับธนาคาร การลงนามในสัญญาจ้าง การกรอกข้อมูล ลงในแบบพิมพ์สัญญาจ้าง แนบเอกสารประกอบการทำสัญญาจ้าง ทำแบบสอบถาม หรือลงทะเบียนต่าง ๆ
  • การติดต่อธนาคารผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล
  • ธนาคารอาจมีการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นของธนาคาร
(2) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น
  • บุคคลอ้างอิงที่ท่านระบุในใบสมัครงานของธนาคาร
  • ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงานของท่าน
  • หน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์สมัครงานอื่น ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ โดยขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคาร ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล ฐานในการประมวลผลข้อมูล
เพื่อการดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนตามสัญญาจ้างงานระหว่างท่านกับธนาคาร รวมถึงสัญญาข้อตกลงอื่นอันเกี่ยวเนื่องกับการว่าจ้าง เช่น สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ นโยบายและข้อบังคับการทำงาน ทั้งนี้ รวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมสัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าวด้วย
  • การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอ ก่อนเข้าทำสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการสื่อสารกับพนักงาน การประเมินผลการปฎิบัติงาน การฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน การรับรองด้านความรู้ต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับพนักงาน
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อดำเนินการบริหารจัดการด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งหมายความรวมถึง การจัดทำบัญชีเงินเดือน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การหักภาษี การประกันสังคม การอายัดและนำส่งเงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามคำสั่ง/หมาย/หนังสือแจ้ง ให้อายัดและนำส่งเงิน และการจัดทำประกันสุขภาพ ตามนโยบายของธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
เพื่อดำเนินการและบริหารงานด้านบุคลากร ซึ่งหมายความรวมถึงการบริหารจัดการด้านพนักงานและการปฏิบัติตามสัญญาจ้างงานระหว่างท่านกับธนาคาร เช่น การตรวจสอบเวลาเข้างาน การบริหารจัดการวันลาพักร้อน ลากิจ หรือลาป่วย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการบริหารจัดการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของท่าน เช่น การทำประกันสุขภาพ หรือการจัดให้มีการตรวจร่างกายประจำปี
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
เพื่อดำเนินการวางแผน การรายงาน และการคาดการณ์ทางธุรกิจ
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ ตามสัญญาจ้างระหว่างท่านกับธนาคาร เช่น การควบรวมกิจการหรือการโอนสัญญาจ้างงาน ซึ่งได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายและข้อเรียกร้องการบังคับ ใช้กฎหมาย รวมถึงรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือเมื่อได้รับคำสั่ง/หมาย/หนังสือแจ้งให้อายัดและนำส่งเงิน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานราชการ กรมบังคับคดี หรือศาล เป็นต้น
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง ตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการในลักษณะที่เป็นการฉ้อฉล การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การกระทำผิดทางอาญา หรือการกระทำอื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการตรวจสอบและจัดการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างงาน รวมทั้ง การสืบสวนสอบสวน หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใด
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฎิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ ของธนาคาร รวมถึงการทำบัตรพนักงาน และการบันทึกภาพ ภายในอาคารหรือสำนักงานของธนาคารไทยเครดิตฯ หรือสาขา ของธนาคารด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และการบริหารจัดการภายในองค์กร เช่น กระบวนการตรวจสอบทุจริต ประพฤติผิดวินัยของพนักงาน กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องสำหรับพนักงานบางตำแหน่ง การตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนสำหรับผู้บริหารบางกรณี กระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคาร แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฎิบัติตามกฎหมาย
เพื่อเปิดเผยให้แก่ลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลอื่น อันเนื่องมาจากสิทธิ และหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างงาน
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ เกี่ยวกับ การลาออก การเลิกจ้าง การจ่ายเงินค่าชดเชย สวัสดิการ หลังการเลิกจ้าง และรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฎิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการเปิดเผยให้แก่ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง ผู้ให้บริการ และผู้รับประกันภัย สำหรับการดำเนินงานใด ๆ ของธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของท่านให้แก่ผู้ที่จะเป็นนายจ้างใหม่ของท่าน ในกรณีที่ท่านระบุชื่อธนาคารเป็นบุคคลอ้างอิง ในฐานะนายจ้างเก่าหรือปัจจุบัน
  • ความยินยอม
เพื่อการเปิดเผยให้แก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร ได้แก่ บริษัท ไทยไมโคร ดิจิทัล โซลูชั่นส์ จำกัด และนิติบุคคลอื่นใด ได้แก่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) เพื่อการประชาสัมพันธ์และนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิประโยชน์ และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ ของนิติบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ธนาคารจะประกาศรายชื่อบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินบนเว็บไซต์ของธนาคาร ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.tcrbank.com
  • ความยินยอม


3. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่ธนาคารดำเนินความสัมพันธ์กับท่านตามสัญญาเกี่ยวกับการจ้างงานหรือการฝึกงาน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบาย และข้อกำหนดภายในองค์กรของธนาคาร
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารจะดำเนินการลบหรือทำลาย ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

4. การเปิดเผยข้อมูล
ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้

4.1 หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล กรมบังคับคดี ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือหน่วยงานอื่นใดที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย

4.2 ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ เช่น
  • ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร โรงพิมพ์ บริษัทรับจ้าง ทำกิจกรรมทางการตลาด บริษัทรับจ้างพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • หน่วยงานจัดฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
  • ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายและภาษี ที่ปรึกษาใด ๆ

4.3 ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ จากธนาคาร รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมหรือซื้อกิจการ โอนพนักงาน

4.4 บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร หรือบุคคลภายนอกตามความยินยอม จากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณี

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 สิทธิของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้แก่ธนาคารในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่ธนาคารไว้ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

(2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Access)
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของธนาคาร รวมถึงขอให้ธนาคารเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

(3) สิทธิในการให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)
ในกรณีที่ธนาคารได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากธนาคารได้ รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
  1. ขอให้ธนาคารส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
  2. ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
(4) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)
ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านสำหรับกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงและกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

(5) สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)
ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยเหตุบางประการได้

(6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)
ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารระงับการใช้ข้อมูลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

(7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)
ธนาคารพยายามที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่ธนาคารมีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่าน มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอง ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(8) สิทธิในการร้องเรียน

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อธนาคารฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

5.2 ช่องทางการใช้สิทธิ
ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
  • อีเมล HR-PDPA-Center@tcrbank.com
  • หมายเลขโทรศัพท์ 0-2697-5300 ต่อ 2209, 2239

ทั้งนี้ ธนาคารจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ธนาคารได้รับ การแจ้งความประสงค์ดังกล่าว หากธนาคารปฏิเสธคำขอข้างต้น ธนาคารจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธ ให้ท่านทราบด้วย ผ่านทางอีเมล โทรศัพท์ หรือส่งหนังสือทางไปรษณีย์

6. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 การดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของ ข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

6.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล
ธนาคารจะกำกับดูแลบุคคลอื่นซึ่งธนาคารมอบหมายให้ดำเนินการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของธนาคารอย่างเหมาะสม

7. รายละเอียดการติดต่อ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อธนาคารได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 121/78-79 อาคารอาร์เอส ทาวเวอร์ ชั้น 26 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
หมายเลขโทรศัพท์: 0-2697-5300 ต่อ 2209, 2239
อีเมล: HR-PDPA-Center@tcrbank.com

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ: ทีมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO Team)
สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 123 อาคารไทยประกันชีวิต 1/1 ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
หมายเลขโทรศัพท์: 0-2697-5300 ต่อ 2130 หรือ 2155
อีเมล: PDPU@tcrbank.com

8. การเข้าใช้งานเว็บไซต์อื่นผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร
เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับพนักงาน นักศึกษาฝึกงาน อดีตพนักงาน สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และบุคคลอ้างอิง เท่านั้น หากท่านเข้าชมเว็บไซต์อื่นแม้จะผ่านช่องทางทางเว็บไซต์ธนาคาร การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้นซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคาร

9. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
ธนาคารมีการพิจารณาทบทวนและอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ตามความเหมาะสม อยู่เป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม หากนโยบายนี้ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านทางการประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของธนาคาร การแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของท่าน หรือด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่เหมาะสม ทั้งนี้ ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวได้เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขของธนาคาร
ให้เราช่วยเหลือคุณอย่างไร?
ที่ ธนาคารไทยเครดิตฯ คุณสามารถปรึกษาทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงิน เพียงคุณส่งข้อความถึงเรา
คุยกับเรา